Wuhan

อู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน
ทันทีที่เหยียบ อู่ฮั่น เราก็ได้รับข่าวดีว่า นับจากนี้ไปใครที่เข้าประเทศจีนเป็นครั้งแรก ต้องแสดง statement ประกอบการขอวีซ่า ได้ยินแล้วก็ขอบคุณ แอร์เอเชีย อีกครั้ง ที่ทำให้เรารอดจากการตีหน้าเศร้าหาเงินเข้าบัญชี

ก่อนตะลอนทัวร์ อู่ฮั่น เราก็ควรรู้จัก อู่ฮั่น สักเล็กน้อย อู่ฮั่น (Wuhan) เป็นเมืองเอกและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของมณฑลหูเป่ย (Hubei) ด้วยพื้นที่ 8,467.11 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 8 ล้านคน!! และเป็นเมืองที่อยู่ตอนกลางของจีน หากเหนือจะลงใต้ หรือ ใต้จะขึ้นเหนือ ก็ต้องผ่าน อู่ฮั่น ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 3,500 ปี และเป็นเส้นทางผ่านของแม่น้ำหลักสองสาย คือ แม่น้ำแยงซีเกียง และ แม่น้ำฮั่นซุย อากาศโดยทั่วไปก็เหมือนบ้านเรา ร้อนอบอ้าว ทั้งๆ ที่มีหมอกลง เพราะเป็นเมืองใกล้แม่น้ำสายใหญ่ ถ่ายรูปยังไง๊ ฟ้าก็ไม่มีสีฟ้า แถมยังได้ชื่อว่าเป็น เมืองเตาไฟ เพราะเคยร้อนสุดถึง 40 องศา

เริ่มสถานที่เที่ยวแห่งแรกกับ หอที่สวยที่สุดใน อู่ฮั่น และสวยที่สุดติด 1 ใน 3 ของจีน นั่นคือ หอนกกระเรียน หรือ หอกระเรียนเหลือง (Huang He Lou) เป็นหอสูง 5 ชั้น อยู่ริมฝั่งแม่น้ำฉางเจียง สร้างในสมัยสามก๊ก ใช้เป็นหอสังเกตการณ์ข้าศึก ผ่านการบูรณะมาหลายครั้ง ภายในหอตกแต่งด้วยกระเบื้องรูปนกกระเรียน

มีตำนานกันถึง หอนกกระเรียน ว่าเดิมที่ตรงนี้เป็นร้านเหล้า วันหนึ่งเจ้าของร้านได้เลี้ยงเหล้านักพรตท่านหนึ่ง นักพรตจึงตอบแทนด้วยการใช้เปลือกส้มวาดรูปนกกระเรียนสีเหลืองที่ผนังร้าน อัศจรรย์ตรงที่เมื่อมีเสียงปรบมือ นกกระเรียนในภาพจะออกมาร่ายรำ เป็นที่ล่ำลือจนกิจการร้านนี้ดีขึ้น และหลายปีต่อมา นักพรตกลับมาเยือนที่ร้านอีกครั้ง และขี่นกกระเรียนบินจากไป ด้วยความรำลึกถึง เจ้าของร้านเหล้าจึงสร้าง หอนกกระเรียน นี้ขึ้น